● แนะนำการสอบความถนัดถาปัตย์ 1/4 : เกี่ยวกับถาปัตย์
posted on 26 Sep 2008 20:10 by wein in -Diary-
จบแล้วกับการสอบไฟนอล (จบกัน ! จริงๆ TT)
ผลจะเป็นอย่างไรไม่ขอพูดถึง
ขอต้อนรับสู่ช่วงเวลา "ปิดเทอม"
...
ช่วงนี้ก็ใกล้ละสำหรับช่วงเวลาสอบความถนัดฯต่างๆของน้องม.6
ซึ่งรวมไปถึงบรรดาผองเพื่อนบางคนที่อยากเด็ก = =" สมัครสอบอีกรอบ
เร็วจริงๆ นึกถึงตอนที่ตัวเองสอบปีที่แล้ว เหอๆ
อย่างที่เคยบอกไว้ว่าจะอัพเรื่องการสอบความถนัดสถาปัตยกรรม
(หาเรื่องอัพ 555+)
เอาเป็นว่าใช้ประสบการณ์ของตัวเองมาบอกเล่าละกันนะครับ
* นานๆจะอัพยาวซะขนาดนี้ ~ *
Part I : เกี่ยวกับ 'ถาปัตย์' ?
- เกริ่นเรื่องซักเล็กน้อย -
ตอนเรียนมัธยมรู้สึกเลยว่าเป็นช่วงเวลาที่สบาย เรื่อยๆ เฉื่อยๆ
ม.ต้นก็เรียนๆเล่นๆ จบไปวันๆ
ด้วยความที่ประถมแรงกดดันในตัวเองสูง มัธยมเลยทิ้งหมด
ไฟในการเรียนเลยมอดลงไปไม่น้อยเลย เหอๆ
(จากที่เคยเล่าให้ฟังในบล็อควันไหนไม่รู้ นานละ)
และด้วยความรักร.ร. ปนความขี้เกียจ (เอิ่ม ...)
เลยเรียนต่อบดินทรตอนม.ปลาย
(สอบมหิดลด้วยความหวังเล็กๆถ้าติดก็ดี แต่ไม่ติด
สอบเตรียมฯด้วยความที่ไปสอบงั้นๆ อ่านก็ไม่อ่าน
จำได้ ได้ตั้งที่ 2588 แน่ะ เหอๆ ^^")
ม.ปลายทำกิจกรรมเยอะมาก ชนิดที่เรียกว่าเป็นเด็กกิจกรรมเลย
จริงๆเป็นเด็กกิฟเลข (ความสามารถพิเศษทางคณิตศาสตร์)
แต่รู้สึกตัวเองเข้าได้เพราะความฟลุ๊ค สอบทีนี่แทบหืดขึ้นคอ = =
ทำให้ต้องมีงานเพิ่มจากคนอื่นอีกหนึ่งอย่างคือเรียนเพิ่ม + โครงงาน
รวมๆแล้วม.ปลายซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ *ควร* เตรียมตัวเข้ามหาลัยได้แล้ว
แต่ดันหาเรื่องให้ตัวเองไม่หยุดหย่อน เฮ้อ ~
ม.6 เป็นปีที่ทำทั้งบ.ก.อนุสรณ์ / ค่ายกิฟเลข / เตรียมตัวเอ็นท์
ตอนแรก กำหนดเส้นทางของตัวเองว่าอยากเรียนแพทย์
พอไปๆมาๆ ฉุกคิดขึ้นมาในใจว่าจะไหวหรอ ?
งานตัวเองก็เยอะ เวลาอ่านหนังสือเตรียมตัวก็น้อยมาก
แถมรู้ตัวว่าหัวสมองมันฝืดลงมาไหนต่อไหนละ
เลยเริ่มเบนเข็มมาทางศิลป์
สิ่งที่มีอิทธิพลช่วงนั้นคือรุ่นพี่
ตั้งแต่ม.5 ละ พี่อยู่ม.6 เตรียมเอ็นท์ ก็เล่าๆเรื่องถาปัตย์ให้ฟัง
ตอนนั้นก็เฉยๆยังไม่ตัดสินใจ ก็ฟังๆแล้วเก็บไปคิด
จนตัวเองอยู่ม.6 พี่เค้าเข้าถาปัตย์จุฬาไปละ ก็ยังติดต่อคุยกันอยู่
(พี่ที่คุยด้วย = พี่พลอย สถ.ปี 2 หุหุ แอบโปรโมท)
นับว่าดีมากเลย ไปๆมาๆจนผมเริ่มสนใจ
ก็ฝึกเกี่ยวกับการสอบความถนัดฯตามที่พี่แนะนำ
มีไปติวบ้าง แต่ช่วงที่บ่อยคือช่วงนี้แหละ ช่วงก่อนสอบ
หลายๆคนชอบบอกว่าผมเองเหมาะจะเข้าด้านนี้
เหตุผลส่วนใหญ่เพราะว่าผมเองเป็นคนที่ใส่ใจกับงานมาก
งานที่ไม่ใช่การค้นข้อมูล ผมจะใส่บรรเลงงานแบบสุดฝีมือ
โดยเฉพาะงานตกแต่งในคอมฯ หรือ powerpoint
(ถามเพื่อนได้ หลายๆคนจะพูดเป็นเสียงเดียวกัน)
ไม่ได้เก่งไรมากหรอก ก็พอทำได้
คงเพราะว่าชอบมั้ง เวลาได้ทำแล้วมีความสุข
คิดดู ทำงานพวกนี้จนดึกได้ แต่อ่านหนังสือสอบน่ะไม่เคย
(ถึงไหนแล้วหว่า... ? เริ่มนอกประเด็นพูดแต่เรื่องตัวเอง 555+)
เอาเป็นว่าก็เพิ่มทางเลือกให้ตัวเอง ไม่แพทย์ก็ถาปัตย์ !
ก็สมัครสอบทั้งความถนัดแพทย์กับถาปัตย์
คะแนนที่ออกมาก็กลางๆทั้งคู่
แพทย์ได้ 187/300 สูงสุด 244 มั้ง
ถาปัตย์ได้ 60/100 สูงสุด 83
ดูแนวโน้มก็อยู่กลางๆแบบพอมีหวังทั้งสองอย่าง
จากนั้นเวลาก็ผ่านไปถึงช่วงมกราคม
หลังจากเริ่มเคลียร์งานอนุสรณ์ไปเยอะแล้ว เริ่มได้สติ
ผันตัวเองมาดูหนังสือบ้าง แต่รู้สึกเลยว่าเนื้อหาเยอะมาก
ซึ่งประเมินคร่าวๆแล้ว ระยะเวลาที่เหลือถ้าอ่านเฉพาะ o-net พอไหว
แต่ถ้าจะเอา a-net ด้วย ไม่มีทาง !!!
แพทย์ใช้ a-net 5 วิชา + o-net เกิน 60 %
แต่ถาปัตย์ไม่ใช้ ใช้แค่ o-net 5 วิชา
ณ ตอนนั้นจึงเป็นช่วงเวลาตัดสินชีวิต ไม่เรียนหมอแล้ว ~
(นี่แหละเหตุผล เฮอะๆ พิลึกคนเนอะ)
นั่นแหละจุดเริ่มต้นของหนทางมุ่งสู่ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
และก็อ่านหนังสือใน 1 เดือนที่เหลือตอนเดือนกุมภาพันธ์
อ่านแต่ o-net ทิ้ง a-net (แต่ไปสอบเล่นๆเพราะเสียตังค์ไปแล้ว)
ถูไถๆ จนติดถาปัตย์ จุฬา ^^"
- - - - - - - - - -
- หลากหลายคำถามที่พอจะแนะนำได้เกี่ยวกับถาปัตย์ -
Q : หลายคนมักจะคิดว่าถ้าอยากเรียนถาปัตย์ต้องวาดรูปเก่ง ?
A : โดยส่วนตัวขอบอกว่า "ไม่จำเป็น"
เหตุผลที่ยืนยันคำนั้นออกมาก็เพราะใช้ตัวเองนี่แหละเป็นตัวอย่าง
= =*
บอกตามตรง ผมเองถ้าให้วาดทัศนียภาพตอนนี้ ฝีมือไม่ได้เรื่องเลย
เทียบกับเพื่อนๆหรือเทียบกับน้องๆที่จะสอบตอนตุลานี้ไม่ติดหรอก
ตอนจะสอบปีก่อนก็ฝึกนะ แต่แบบฝึกแค่พื้นฐานของพื้นฐาน ~
ก็คิดอยู่ว่าจะพยายามฝึกตอนปิดเทอมนี้แหละ หวังว่าฝีมือจะดีขึ้นบ้าง
เพราะฉะนั้นคนที่วาดภาพไม่เก่งไม่ใช่ว่าจะเรียนไม่ได้นะ
เพียงแต่คนที่มีสกิลมาก่อนก็จะได้เปรียบมากกว่าชาวบ้าน นี่แหละข้อดี
Q : เรียนถาปัตย์แล้วจะมีงานทำมั้ย ?
A : คำถามโลกแตก... ผมเชื่อว่าทุกคนต้องเคยคิด ผมเองก็เคย
ณ ตอนนี้ผมเองก็คิดเลยว่าเรียนจบไป กุจะหางานทำได้มั้ยน้อ ~
(ด้วยความเฝดในตัวเอง TT)
แต่ที่จริง ตกงานไม่ตกงานผมเชื่อว่าอยู่ที่เรานะ
ไม่มีใครมาการันตีให้หรอก
ไม่ว่าคณะไรก็มีความเสี่ยงที่จะตกงานทั้งนั้นแหละ
แม้กระทั่งหมอก็เถอะ ถ้าคุณงี่เง่าขนาดที่ว่าเรียนไม่ได้เรื่อง
ลำพองตัวเองว่าสอบติดเข้ามาได้ แล้วปล่อยตัวเรื่อยเปื่อยไปวันๆ
ไม่มีทางเรียนจบหรอก ถาปัตย์ก็เหมือนกัน
ดังนั้น ขอแค่ใจชอบจริงๆแล้วเรียนให้มันได้ดี ผมว่าไม่ตกงานแน่
(กำลังบอกตัวเองอยู่เหมือนกัน ~)
เห็นรุ่นพี่ทุกคนก็มีงานทำนะ จากที่ได้คุยๆกับพี่รหัสมา
ทั้งในและต่างประเทศ ผมว่าเรียนๆไปทักษะมันก็ต้องพัฒนาบ้างแหละ
Q : พ่อแม่ไม่สนับสนุน แต่ตัวเองอยากเรียน ทำไงดี ?
A : เลือกสิ่งที่ชอบดีที่สุด
พ่อแม่ไม่ได้มาเรียนกับเรานะครับ อย่าลืม
(ไม่ได้ไซโคให้ต่อต้านหรืออะไรนะ ~)
อีกอย่างผมเชื่อว่า เรียนในสิ่งที่ชอบดีกว่าเรียนในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้เลือกเอง
ผมเองตอนม.6 ก็คิดหนักเหมือนกัน ช่วงแรกๆแม่ก็ไม่อนุมัติ
หลังๆพอพูดบ่อยมากขึ้น บวกกับที่งานตัวเองเยอะจัด แม่เลยเข้าใจ
ส่วนพ่อนี่สนับสนุนตั้งแต่แรกละ = ="
เคยคุยกับรุ่นน้อง กับเพื่อนมาก็เยอะ
หลายคนจะเป็นกรณีที่ "ผู้ปกครองไม่ให้เรียน"
อืม.. พ่อแม่ทุกคนหวังดีกับลูกหมดแหละครับ
ทุกคนอยากให้ลูกมีงานทำ หาเลี้ยงตัวเองได้
แต่ถ้าเราอยากเรียนจริงๆ ชอบจริงๆ ก็อธิบายเหตุผลให้ท่านฟังเถอะ
โดยที่ก่อนอธิบาย ...
คนที่เราต้องให้สัญญามากที่สุดคือ 'ตัวเรา' เองนะครับ
ถามตัวเองว่าชอบเรียนแน่นะ ? อยากเข้าจริงๆรึเปล่า ?
ถ้าคำตอบคือ ใช่ ก็พยายามทำให้ได้ตามที่หวัง
เลือกให้ดีๆ ตัดสินใจดีๆ แล้วเราจะไม่เสียใจภายหลังครับ
Q : ถาปัตย์ที่ไหนดีที่สุด ?
A : ทุกที่มีข้อดี - ข้อเสียเหมือนกันหมด
จริงๆครับ แต่ละที่มีข้อดีต่างๆกันไป
ถ้ารักจะเรียน ทุกที่ก็ให้ความรู้คุณเต็มที่อยู่แล้ว
จบไปเค้าก็ดูที่ผลงานกับความสามารถของเราเอง
แต่มันก็ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคล + เหตุผลประกอบอื่นๆ
ส่วนนี้แต่ละคนต้องหาข้อมูลความชอบกันเอง ^^"
Q : ถาปัตย์มีภาค/สาขาอะไรบ้าง
A : อ่า... อันนี้จะเล่าเกี่ยวกับของจุฬาเป็นหลักนะ
ภาควิชาสถาปัตยกรรม (สถ./AR) >>
ง่ายๆเลยเรียนเกี่ยวกับออกแบบอาคารขนาดใหญ่
บ้านพักอาศัย โรงพยาบาล สนามบิน พิพิธภัณฑ์ ตึกสูง บลาบลาบลา
คือโครงสร้างของตึกว่างั้นเหอะ อย่างที่รู้จักกันในนามสถาปนิกนั่นแหละ
สเกลงานกว้าง ค่อนข้างหยาบเพราะออกแบบอาคารใหญ่
ภาควิชาสถาปัตยกรรมไทย (สถ.ท./TA) >>
เรียนเกี่ยวกับอะไรที่เป็นไทยๆ
ลายไทย เรือนไทย วัด ไรพวกนี้ (ที่จริงมีเยอะแหละแต่ไม่ค่อยรู้ = =)
เดี๋ยวนี้ของจุฬามีแต่ระบบรับตรงแล้ว คัดแต่คนที่อยากเข้าจริงๆ
(จริงๆนะ ต้องคนที่ชอบถึงจะเรียนแล้วรุ่ง ~)
มีทุนให้ จบไปมีงานชัวร์เพราะคนน้อยมาก (รับน้อย)
ภาควิชาสถาปัตยกรรมภายใน (สน./IA) >>
ภาคผมเอง ^^"
หรือที่หลายๆคนเรียก ออกแบบภายใน / ตกแต่งภายใน / Interior
ก็เรียนเกี่ยวกับการออกแบบภายในตัวอาคาร
แต่ของที่นี่จะเรียนเกี่ยวกับการออกแบบบ้านด้วย
ทั้ง 3 ภาค (สถ.+สถ.ท.+สน.) เรียนด้วยกัน 3 ปี
สน.จะมีเพิ่มวิชาของภาคตอนปี 3 (เรียนโหดสุดๆ) กระแสเค้าว่ามา
เพราะงั้นสน.ก็เหมือนกับเรียนควบสถ.ไปด้วยในตัว
สอบใบประกอบสถาปนิกได้ (ยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ รู้แต่ได้ 2 ใบ)
สเกลงานจะละเอียดมากขึ้น ต้องใส่ใจรายละเอียด
ภาควิชาออกแบบอุตสาหกรรม (ออ./ID)
เรียนเกี่ยวกับการออกแบบผลิตภัณฑ์
ตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ ยกเว้นบ้าน ^^" (เป็นประโยคชี้ให้เห็นภาพ)
งานกว้างมาก แล้วแต่เราจะเลือกเลย
สเกลงานจะละเอียดมาก ถี่มาก
เรียนรวมกับทุกภาคตอนปี 1 (มีวิชาเพิ่มอยู่) แยกไปเรียนจริงๆตอนปี 2
ซึ่งเป็นข้อดีตรงที่ได้ออกแบบบ้านชั้นเดียวเป็นที่ระลึก
ข้อเสียคือ ทุกคนจะบ่นว่า 'กุจะเรียนไปเพื่อ จบไปกุก็ไม่ได้ทำ' 555+
ภาควิชาภูมิสถาปัตยกรรม (ภส./LA) >>
แต่ละคนจะรู้จักกันในชื่อ Landscape
เรียนเกี่ยวกับการจัดภูมิทัศน์โดยรอบภายนอก
นอกอาคาร / พื้นที่สาธารณะ ฯลฯ
ซึ่งจะเน้นเกี่ยวกับพืชและการจัดองค์ประกอบภายนอก
สเกลกว้างแต่ไม่เท่าผังเมือง
ได้เรียนร่วมกันตอนปี 1 แยกไปเรียนน่าจะปี 2 มั้ง
ภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง (ผม./UA) >>
ภาคผังเมืองนั่นเอง
เรียนการจัดวางองค์ประกอบอาคารขนาดใหญ่
เกี่ยวกับผังบริเวณเมือง หมู่บ้าน ที่ดิน ประมาณนั้น
สเกลใหญ่สุด เรียนด้วยกันตอนปี 1 เทอมแรก เทอมสองเริ่มแยก
สาขาวิชาการออกแบบสถาปัตยกรรมหลักสูตรนานาชาติ (INDA) >>
ภาคอินเตอร์ เปิดมาล่าสุด
รายละเอียดไม่ค่อยรู้เท่าไหร่ แต่เรียน 4 ปี+ค่าเทอมเฉียดแสน O_O
ระบบสอบตรง ใครสนใจต้องติดตามข่าวประกาศ
สเกลเรียงจากใหญ่ไปเล็กประมาณนี้
ผม. > ภส. > สถ.-สถ.ท. > สน. > ออ. (แก้แล้ว ขอบคุณพี่ๆค้าบ)
ทุกภาคมีข้อดีของตัวเองแล้วแต่คนชอบและแล้วแต่คนเลือก
แต่ทางที่ดี ศึกษาข้อมูลให้ดีๆก่อนตัดสินใจจะดีที่สุดครับ
รายละเอียดดูได้จากลิงค์ด้านข้างบล็อค เว็บของคณะ ~
ส่วนของที่อื่น ต้องหาข้อมูลดู
บางภาคอาจจะไม่มี แต่อาจจะมีบางภาคแทน ลองดูครับ
Q : ถาปัตย์เรียนหนักมั้ย ?
A : หนักมากถึงมากที่สุด หนักบรม หนักโคตร หนักชิหาย ...
ขนาดนี่เพิ่งเรียนเทอมแรก สภาพตอนนี้ก็นะ ... = =*
งานมีให้ตลอด ไม่ต้องห่วง
ที่จริงถ้าจัดแบ่งเวลาดีๆจะไม่เหนื่อยนะ (แต่พอดีทำไม่ได้ TT)
ยังไงๆมันก็ไหวน่ะ ถ้าเข้ามาได้แล้วก็ต้องทน
ถึงได้บอกว่าเลือกที่ชอบ แล้วจะไม่มาเสียใจภายหลัง
...
จริงๆนะ (แง..............)
Q : จะเอ็นท์ถาปัตย์ ต้องสอบอะไรบ้าง
A : หลักๆก็คือ ความถนัดทางสถาปัตยกรรม แล้วก็สอบ o-net
เกี่ยวกับเรื่อง ความถนัดฯ จะมาแนะนำเพิ่มเติม entry ต่อๆไปนะครับ
ส่วนพวกวิชาอย่างอื่นพวก 'นฤมิตศิลป์ / นิเทศศิลป์ / วาดรูป ฯลฯ'
ส่วนใหญ่จะเป็นของศิลปกรรม มัณฑนศิลป์ ... นะ ดูดีๆ
ที่จริงน้องควรศึกษาเกี่ยวกับข้อมูลการรับของแต่ละคณะว่าใช้วิชาไรบ้าง
เพราะถ้าคณะที่อยากเข้าต้องใช้แล้วเราไม่ได้สมัคร ก็ใช้ยื่นไม่ได้นะครับ
ปีนี้ (แอดมิดชั่นปี 52) ยังระบบเหมือนของผมอยู่ ถ้าใครมีเรื่องปรึกษาก็ถามได้
ส่วนน้องที่เอ็นท์ปีหลังๆต้องตามข้อมูลดูนะ ไว้ถ้าว่างก็จะไปหาข้อมูลดูบ้าง
เดี๋ยวนี้ระบบมันอะไรไม่รู้ = ="
- - - - - - - - - -
หวังว่าข้อมูลที่เล่ามาจะเป็นประโยชน์บ้างนะครับ
(จะมีคนอ่านมั้ยหว่า = =")
เดี๋ยว entry หน้าจะเล่าถึงอุปกรณ์ที่ใช้กับแนวข้อสอบความถนัดฯ
แล้วเจอกันค้าบ ~
ปล. >> พักผ่อนๆๆๆ
ปลล. >> อาจารย์สุดเลิฟเรียกให้ทุกคนไปรับงานการบ้าน CONS ปิดเทอมมาทำวันจันทร์นี้ =*=
คือ ...
ปลลล. >> มีต่ออีก 3 part ค้าบ ~








อน่ึง จิ้มเลย ขอบพระคุณมากครับ
#1 By Zairen_Bibliophobia on 2008-09-26 22:18